เมื่อวันที่ ๑๘ มีนาคม ๒๕๖๙ พลอากาศเอก ชลิต พุกผาสุข องคมนตรี ประธานกรรมการที่ปรึกษาผู้ทรงคุณวุฒิฝนหลวง เป็นประธานพิธีเปิดปฏิบัติการดัดแปรสภาพอากาศ ยับยั้งและบรรเทาความรุนแรง ของการเกิดพายุลูกเห็บ ภายใต้ความร่วมมือ
ระหว่างกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ร่วมกับกองทัพอากาศ ประจำปี ๒๕๖๙ โดยมีนายราชันย์ ซุ้นหั้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี นำหัวหน้าส่วนราชการจังหวัดอุดรธานีที่เกี่ยวข้อง , และผู้แทนกองทัพอากาศ โดย พลอากาศโท นิทัศน์ ยูประพัฒน์ เจ้ากรมยุทธการทหารอากาศ / หัวหน้าสำนักงานฝนหลวงกองทัพอากาศ พร้อมด้วย นาวาอากาศเอก วิทวัส ครองธานินทร์ ผู้บังคับการกองบิน ๒๓ และคณะทำงาน ร่วมให้การต้อนรับ ณ กองบิน ๒๓ จังหวัดอุดรธานี
สำหรับการปฏิบัติการในครั้งนี้
นายราเชน ศิลปะรายะ อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร เปิดเผยว่า กรมฝนหลวงและการบินเกษตรมีภารกิจการดัดแปรสภาพอากาศยับยั้งและบรรเทาความรุนแรงของการเกิดพายุลูกเห็บ ซึ่งมีการดำเนินการในช่วงเดือนมีนาคมถึงพฤษภาคมของทุกปี เนื่องจากช่วงเวลาดังกล่าวเป็นช่วงเปลี่ยนผ่านฤดูเข้าสู่ฤดูร้อน มักจะพบการเกิดพายุฝนฟ้าคะนอง พายุฤดูร้อน และลูกเห็บตก สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สินของประชาชนและพื้นที่การเกษตร โดยเฉพาะบริเวณพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือ ซึ่งภารกิจดังกล่าวเป็นการช่วยบรรเทาภัยธรรมชาติด้วยการปฏิบัติการดัดแปรสภาพอากาศเพื่อบรรเทาความรุนแรงจากพายุลูกเห็บ ด้วยการยิงพลุซิลเวอร์ไอโอไดด์ (AgI Flare) ที่ยอดเมฆซึ่งมีระดับอุณหภูมิ -๔ ถึง -๑๒ องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นเทคนิคการดัดแปรสภาพอากาศเพื่อทำให้กลุ่มเมฆตกเป็นฝนก่อนที่จะก่อยอดสูงขึ้นอย่างรวดเร็วและเกิดลูกเห็บตกมาถึงพื้น ที่อาจสร้างความเสียหายแก่ทรัพย์สินและชีวิตประชาชน และในแต่ละปีกรมฝนหลวงและการบินเกษตรจะมีการดำเนินงานร่วมกับกองทัพอากาศที่สนับสนุนเครื่องบินและเจ้าหน้าที่การบินในการปฏิบัติการภารกิจดังกล่าว
นายราเชน กล่าวเพิ่มเติมว่า ในปีงบประมาณ ๒๕๖๘ ที่ผ่านมา มีการปฏิบัติการยับยั้งและบรรเทาความรุนแรงของการเกิดพายุลูกเห็บตั้งแต่วันที่ ๑ มีนาคม – ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๖๘ จำนวนทั้งสิ้น ๓๓ วัน ๔๘ เที่ยวบิน ใช้พลุซิลเวอร์ไอโอไดด์ จำนวน ๑,๐๘๘ นัด ปฏิบัติการช่วยเหลือพื้นที่ ๒๒ จังหวัด เช่น จ.เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง พิษณุโลก อุดรธานี ชัยภูมิ ขอนแก่น นครราชสีมา เป็นต้น ซึ่งผลปฏิบัติการมีความสำเร็จคิดเป็นร้อยละ ๕๘.๘๓ สำหรับในปีงบประมาณ ๒๕๖๙ กรมฝนหลวงและการบินเกษตรจัดตั้งหน่วยยับยั้งการเกิดพายุลูกเห็บ จำนวน ๓ หน่วย ปฏิบัติการระหว่างเดือนมีนาคม - พฤษภาคม ๒๕๖๙ ได้แก่ ๑ ) หน่วยยับยั้งการเกิดพายุลูกเห็บ จ.เชียงใหม่ ใช้เครื่องบิน Alpha Jet ของกองทัพอากาศ จำนวน 1 ลำ สำหรับปฏิบัติการบริเวณภาคเหนือตอนบน ๒ ) หน่วยยับยั้งการเกิดพายุลูกเห็บ จ.พิษณุโลก ใช้เครื่องบิน Super King Air ของกรมฝนหลวงและการบินเกษตร สำหรับปฏิบัติการบริเวณภาคเหนือตอนล่าง และ ๓ ) หน่วยยับยั้งการเกิดพายุลูกเห็บ จ.อุดรธานีใช้เครื่องบิน Alpha Jet ของกองทัพอากาศ จำนวน 1 ลำ สำหรับปฏิบัติการบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
นอกจากนี้ องคมนตรีและผู้บริหารได้ร่วมลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมอาสาสมัครฝนหลวงกลุ่มเศรษฐกิจพอเพียง บ้านหนองคอนแสน ต.สามพร้าว อ.เมือง จ.อุดรธานี เพื่อรับฟังการปฏิบัติการหน้าที่ของอาสาสมัครฝนหลวงในการสนับสนุนภารกิจของกรมฝนหลวงและการบินเกษตร และความต้องการน้ำในพื้นที่ รวมถึงรับฟังการดำเนินการของกลุ่มเศรษฐกิจพอเพียงฯ และความต้องการน้ำสำหรับการเพาะปลูก โดยได้รับทราบถึงความต้องการของเกษตรกรและประชาชน และได้กำชับให้กรมฝนหลวงและการบินเกษตรวางแผนปฏิบัติการฝนหลวงช่วยเหลือพื้นที่ที่ต้องการน้ำให้มีปริมาณเพียงพอสำหรับใช้การและบรรเทาสถานการณ์ในบางพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาภัยแล้งอีกด้วย